| การเลือกใช้ไม้ชนิดต่างๆให้เหมาะกับประโยชน์การงาน
2 |
| ไม้เนื้ออ่อน |
1. ไม้ฉำฉา
ลักษณะคุณสมบัติ
ไม้เนื้อหยาบไม่แน่นมีสีค่อนข้างจาง
( ขาว ) มีลวดลายสวยงาม มีน้ำหนักเบา
จัดอยู่ในประเภทไม้เนื้ออ่อน ทำการเลื่อย
ผ่า ไสกบ ตกแต่งชักเงาได้ง่าย |
| ประโยชน์ ใช้ทำลัง
กล่องใส่วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือต่าง
ๆ ปัจจุบันนิยมนำมาใช้ทำเครื่องเรือน
เครื่องใช้ต่าง ๆ หรือเพื่อใช้ตกแต่งต่าง
ๆ |
| |
2. ไม้สัก
ลักษณะคุณสมบัติ
เป็นไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุด นอกจากความแข็งแรงอย่างเดียวเท่านั้นที่มีน้อยไปหน่อย
แต่ก็แข็งแรงพอที่จะใช้ได้ เป็นไม้สูงขนาดใหญ่
จะทำการโคนไม้อายุประมาณ 150 ปี
เป็นไม้ที่ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณ
เนื้อไม้มีสีเหลืองนานเข้าจะกลายเป็นสีน้ำตาลแก่
มีกลิ่นหอม มีน้ำมันในตัว มีเสี้ยนตรง
เนื้อหยาบไม่สม่ำเสมอกัน กรำแดดกรำฝนไม่ค่อยผุง่าย
หดตัวน้อย ไม่มีอาการบิดหรือแตกร้าว
มอดปลวกไม่ค่อยรบกวน เมื่อเลื่อยออกจะเห็นลายได้ชัดเจน
เลื่อย ผ่า ไสกบ ตกแต่ง ชักเงาได้ง่าย
เป็นไม้ที่ผึ่งให้แห้งได้รวดเร็ว
น้ำหนักต่อลูกบาศก์ฟุตประมาณ 35
45 ปอนด์ ยังแบ่งเป็น 3 ชนิด
คือ สักทอง สักหิน สักขี้ควาย ไม้สักทองมีลวดลายสวยงามมาก
ปัจจุบันมีราคาค่อนข้างแพง |
| ประโยชน์ ใช้ในการสร้างสิ่งที่ต้องทำอย่างประณีต
ต้องการความสวยงามและ ทนทานต้องรับน้ำหนักหรือต้านทานมาก
เช่น ทำประตู หน้าต่าง วัสดุเครื่องใช้
เครื่องเรือน ต่าง ๆ และยังเป็นสินค้าออกที่ทำรายได้ปีละไม่น้อยทีเดียว
|
| |
3. ไม้ยาง
ลักษณะและคุณสมบัติ
เป็นไม้เนื้ออ่อนและหยาบ มีสีน้ำตาลปนแดง
ใช้ในที่ร่มทนทานพอใช้ แห่งช้า
ยืดหดง่าย เลื่อยผ่าง่าย บิดงอตามดินฟ้าอากาศ
ถ้าไสตอนไม้ สด ๆ อยู่จะไม้เรียบดีนัก
เสี้ยนมักจะฉีกติดกันเป็นขุยออกมา
ทำให้ขัดหรือทาน้ำมันไม่ค่อยดี
ใช้ในการสร้างรับน้ำหนักมาก ๆ ไม่ได้
ใช้ในที่ต้องการกรำแดดกรำฝนมากไม่ได้นอกจากจะทาสีน้ำมันป้องกันไว้
น้ำหนักต่อ 1 ลูกบาศก์ฟุตประมาณ
40-50 ปอนด์ |
| ประโยชน์ ใช้ทำบ้านเรือน
เครื่องเรือนเฉพาะที่มีราคาถูก
ๆ สร้างบ้านใช้ทำ ฝา ฝ้า หรือส่วน
ที่ไม่ต้องรับน้ำหนัก นิยมใช้กันเพราะราคาถูก
หาง่าย |
|
| ไม้เนื้อแข็ง |
1. ไม้เต็ง
ลักษณะคุณสมบัติ
เป็นไม้ขนาดใหญ่มีอยู่ทั่วไปเมื่อเลื่อยไสแล้วระยะแรกจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน
ทิ้งไว้นานจะเป็นสีน้ำตาลแก่แกมแดง
เสี้ยนหยาบสับสน ทำให้ไสกบตกแต่งได้ยาก
แต่ไม้แข็งและเหนียว เหมาะแก่การสร้างส่วนที่รับน้ำหนักได้ดี
มีความแข็งแรงทนทานดีมาก ทนต่อการใช้กรำแดดกรำฝน
เนื้อไม้มักจะมีรอยร้าวเป็นเส้นผมปรากฏหัวไม้มักแตกเก่ง
ฉะนั้นไม้เต็งจึงมักจะไม่ค่อยใช้ในการสร้างสิ่งประณีต
น้ำหนัก 1 ลูกบาศก์ฟุตประมาณ 60
- 70 ปอนด์ |
| ประโยชน์ ใช้กับงานตรากตรำต้องการความแข็งแรงทนทาน
เช่น ทำเก้าอี้นวม เก้าอี้ ชิงช้า
สะพาน หมอนรางรถไฟ ใช้ในการสร้างบ้านเรือนที่ต้องรับน้ำหนักมากๆ
เช่น ตง คาน กระดานพื้น ไม้โครงหลังคา
และด้ามเครื่องมือกสิกรรม |
2. ไม้แดง
คุณลักษณะและคุณสมบัติ
แดง หรือกร้วม คว้าย เป็นไม้ประเภทเนื้อแข็งมีลำต้นขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ทั่วไปในป่าเบญจพรรณ
เนื้อไม้มีสีแดงเรื่อๆหรือสีน้ำตาลแกมแดง
เสี้ยนเป็นลูกคลื่น ละเอียดพอประมาณ
แข็ง เหนียว มีความแข็งแรงทนทาน
มีลายสวยงาม ทำการเลื่อย ไสกบ ตกแต่งตอกตะปูได้ยาก
เมื่อทำเสร็จแล้วมีความเรียบร้อยสวยงามชักเงาได้ดีมีน้ำหนักต่อ
1 ลูกบาศก์ฟุตประมาณ 55 - 65 ปอนด์ |
| ประโยชน์ ใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน
เช่น ทำ เสา ขื่อ คาน ตง กระดานพื้น
สะพาน เกวียน เรือ หมอนรถไฟ เครื่องเรือน
เครื่องมือทางกสิกรรม ด้ามเครื่องมือต่างๆเป็นต้น |
| |
3. ไม้รัง
ลักษณะและคุณสมบัติ
ไม้รังหรือไม้เรียง เป็นไม้ขนาดกลางถึงใหญ่ขึ้นเป็นหมู่
ๆในป่าแดง เนื้อไม้มีสีน้ำตาลเหลือง
เสี้ยนสับสน เนื้อหยาบแข็งแรงทนทานมาก
เลื่อย ไสกบ ตกแต่งค่อนข้างยาก
น้ำหนักต่อ 1 ลูกบาศก์ฟุต ประมาณ
50 - 60 ปอนด์ |
| ประโยชน์ ใช้กับงานประเภทที่ต้องการรับแรง
เช่นทำเสา หมอนรางรถไฟ สร้างบ้านเรือน
การก่อสร้างต่างๆ ทำรถ เรือ เครื่องมือกสิกรรม
เนื่องจากสาเหตุที่ไม้นี้แข็งแรงและทนทานมากจึงนิยมใช้การก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงทนทานลักษณะเหมือนกับไม้เต็ง
มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป |
|
| ไม้เนื้อแกร่ง |
1. ไม้มะค่าโมง
ลักษณะคุณสมบัติ
ไม้มะค่าโมงหรือไม้มะค่าใหญ่ หรือไม้มะค่าหลวง
เป็นไม้เนื้อแกร่งลำต้นใหญ่แต่ไม่สูงนัก
ขึ้นตามป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณ
เว้นทางภาคใต้ เนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลเหลือง
เสี้ยนค่อนข้างสน เนื้อหยาบมีริ้วแทรกแข็งเลื่อย
ไสกบค่อนข้างยาก ถ้าแห้งดีแล้วจะตกแต่งง่าย
ขัดและชักเงาได้ดี น้ำหนักต่อ 1
ลบ.ฟุตประมาณ 60 ปอนด์ |
| ประโยชน์ ใช้ทำเสา
ไม้หมอนรางรถไฟ และใช้ในงานก่อสร้างต่างๆเป็นไม้ชนิดให้ปุ่มมีลายงดงาม
ราคาแพง ใช้ทำพวกเครื่องเรือน เครื่องใช้
เช่น ตู้ โต๊ะ เก้าอี้รับแขก เป็นต้น |
| |
2. ไม้ประดู่ชิงชัน
ลักษณะคุณสมบัติ
ไม้ประดู่ชิงชันหรือพยุงแกม หรือ
พยุงแดง เชียงใหม่เรียกว่า เกิดแดง
ภาคอีสานเรียกว่า ชิงชัน ภาคเหนือเรียกว่า
ดู่ลาย เป็นไม้ประเภทเนื้อแข็ง
ลำต้นขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่ในป่าเบญจพรรณทั่วไป
เนื้อไม้มีสีม่วงแก่ สีเส้นแทรกสีดำอ่อนหรือสีแก่กว่าพื้น
เสี้ยนมักสับสนเป็นริ้วแคบๆ เนื้อละเอียดปานกลาง
แข็ง เหนียวมาก แข็งแรงทนทาน ไสกบ
ตกแต่ง ชักเงาได้ดี ตอกตะปูได้ยาก
เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีความเรียบร้อยสวยงามเป็นมันดี
เมื่อชักเงาแล้วจะมีลายมีสีสรรสวยงามมาก
น้ำหนัก 1 ลูกบาศก์ฟุต ประมาณ 67
- 70 ปอนด์ |
| ประโยชน์ ใช้ทำพวกเครื่องเรือน
เช่นตู้ โต๊ะ เก้าอี้รับแขก เก้าอี้โยก
ด้ามเครื่องมือ รางกบ เกวียน รถ
แกะสลัก ทำหวี เป็นต้น |
 |