| การเลือกใช้ไม้ชนิดต่างๆให้เหมาะกับประโยชน์การงาน
1 |
| ชนิดของไม้ |
- ไม้เนื้ออ่อน
ได้แก่ ไม้ที่มีเนื้อค่อนข้างเหนียว
ทำการเลื่อย ไสกบ ตกแต่งได้ง่าย
ลักษณะเนื้อมีสีซีดจาง น้ำหนักเบา
ขาดความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้ไม่ดี
เช่น ไม้ฉำฉา ไม้กะบาก ไม้ยาง
ฯลฯ
- ไม้เนื้อแข็ง
ได้แก่ ไม้ที่มีเนื้อแข็งปานกลาง
ทำการเลื่อย ไสกบ ตกแต่งได้ยาก
ลักษณะเนื้อไม้มีสีเข้มค่อน
ไปทางสีแดง มีความแข็งแรงทนทาน
เช่น ไม้ตะเคียน ไม้ชิงชัน
ไม้เต็ง ไม้มะม่วง ฯลฯ
- ไม้เนื้อแกร่ง
ได้แก่ ไม้ที่มีเนื้อแกร่ง
ทำการเลื่อย ไสกบ ตกแต่งได้ยากมาก
ลักษณะเนื้อไม้เป็นมันในตัว
แน่น ลายละเอียด น้ำหนักมาก
มีสีเข้มจัดจนถึงสีดำ มีความแข็งแรงทนทานดีมาก
เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้เกลือ
ฯลฯ
|
| การเลือกไม้ที่จะนำมาใช้งานต้องพิจารณาใน
2 ประเด็นคือ |
- การเลือกมาใช้ในงานรับน้ำหนักโดยตรง
ได้แก่ ไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างที่ไม่ต้องการความประณีตมากนัก
เช่น การก่อสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย
ไม จำพวกนี้ต้องทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับน้ำหนักและต้านทานแรงต่าง
ๆ มากกว่าความสวยงาม ความแข็งแรง
จึงเป็นข้อแรกที่จะต้องคัดเอาไม้ที่แข็งแรงเท่าที่จะสามารถทำได้
คือ ต้องเป็นไม้ที่เนื้อแน่น
แข็งแกร่ง เหนี่ยว ไม่เปราะง่าย
ควรเลือกไม้แก่นหรือไม้ที่มีอายุเหมาะแก่การตัด
ไม่มีรอยชำรุดเสียหาย เช่น
เป็นตา ผุ แตกร้าว ปิดงอ คด
โค้ง และเป็นไม้ที่ผ่านการผึ่งมาได้ที่พอเหมาะแก่งานประเภทนี้
- การเลือกไม้มาใช้ในงานประณีต
ไม้ที่เลือกมาใช้งานประเภทนี้
เป็นไม้ที่ไม่ต้องรับน้ำหนักหรือต้านแรงมากเหมือนไม้ที่ใช้งานประเภทแรก
แต่งานประเภทนี้จะนำไม้ไปประกอบเป็นรูปร่างต่างๆ
เช่น บาน ประตู หน้าต่าง เครื่องเรือน
ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ หรือครุภัณฑ์ต่างๆ
ที่จะทำอย่างประณีตเรียบร้อยและต้องการความสวยงามมากกว่าความแข็งแรง
เป็นงานที่ทำได้ยากและต้องใช้ฝีมือ
|
| หลักการเลือกไม้มาใช้งานประเภทนี้ |
- ไม้นั้นจะต้องได้จากแก่นไม้ที่สมบูรณ์
คือ จากต้นไม้ที่เจริญเติบโตเติมที่เหมาะสมตามสภาพดินฟ้าอากาศของถิ่นนั้นๆเป็นไม้ที่ตายยืนต้น
(ตายเองโดยไม่ได้กานให้ตาย)
- เป็นไม้ที่หดตัวแล้ว คือเป็นไม้ที่ผึ่งแห้งอยู่ตัวดีแล้ว
เมื่อนำมาประกอบสำเร็จรูปจะไม่เกิดอ้าออกจากกันหรือบิดโค้งเสียความงาม
- ไม้เนื้อละเอียดเหนียวแน่น
มีแนวตรง ไสกบตกแต่งได้ง่ายเรียบร้อยขัดมันและชักเงาได้ดี
- มีสีสม่ำเสมอกันทุกแผ่น
และทุกๆแผ่นมีสีเหมือนกันด้วย
- มีลายสวยงามคล้ายๆกัน เพื่อเพลาะไม้เป็นแผ่นเดียวกันได้
- เป็นไม้ที่มีตาน้อย ตาไม้ไม่เสีย
ไม่มีรอยแตกร้าว เป็นแผล เป็นรอยทะลุ
- ไม้ที่เป็นรอยผุ ด่างหรือเน่าเปื่อย
(ไม้ที่ยังไม่ได้ไสสังเกตยาก)
ทดลองโดยใช้ค้อนเคาะไม้ดีจะมีเสียงแน่นแกร่ง
ถ้าไม่ผุหรือเสีย เปราะ ไม่เหนียว
มีเสียงดังผลุๆ เลื่อยไม่ติดคลองเลื่อย
ไสกบขี้กบจะป่น
- ราคาไม่แพงจนเกินไป
|
ไม้อัด
ไม้อัด ไม้ที่ผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีทางอุตสาหกรรมด้วยการนำไม้
เช่น ไม้สัก ไม้ยางที่ไม่มีตำหนิมากนักไปต้มด้วยไอน้ำให้สารเคมีในเนื้อไม้ออกเสียก่อน
และทำให้ไม้อ่อนตัวลงแล้วนำเข้าเครื่องปอก
ปอกออกมาเป็นแผ่นบางๆและนำไปอัดด้วยกาวโดยวางเสี้ยนไม้ขวางสลับกันเป็นชั้นๆ
อาจเป็น 3,5,7 ชั้นตามความหนาของไม้อัดโดยทั่วไปมีความหนาตั้งแต่
4-20 มม. ขนาด 3 ฟุต ? 6 ฟุต และ
4 ฟุต ? 8 ฟุต
การเลือกไม้อัด
1. สีของไม้อัดต้องสม่ำเสมอตลอดแผ่น
2. เหมาะสมกับงานที่จะใช้
3. มีความเรียบแต่ไม่ลื่นทาสีได้ทุกชนิด
4. มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้สะดวก
|
ครั้งหน้าเราค่อยมาว่ากันต่อกับไม้อีก
2 ประเภทที่เหลือนะค่ะ |