| ปัญหาการยึดเกาะหรือหลุดล่อนเร็ว |
- เกิดจากคุณภาพของสีกันเพรียง
- ชนิดของเรซิ่นที่เหมาะสมหรือไม่
- การทาสีความหนาน้อยกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้
ทำให้ไม่ทนทานต่อแรง ดันของน้ำหรือคลื่นที่กระทบกับตัวเรือ
จึงหลุดล่อนได้เร็ว
- การลอกสีเก่าจากพื้นผิวเดิมสะอาดเพียงพอหรือไม่
- ระยะเวลาหลังจากที่เสร็จแล้วทิ้งไว้นานตามที่กำหนดหรือไม่ก่อนนำเรือ
ออกทะเล
|
| แนวทางแก้ไข
|
| ควรใช้สีกันเพรียงไวนิลชนิดพิเศษ
เป็นสีกันเพรียงไวนิลที่มีส่วนผสมของปริมาณอ๊อกไซด์ของทองแดงสูง
และสารพิษอินทรีย์ชนิดไร้ดีบุก
ซึ่งให้การป้องกันตัวเพรียง หอยสาหร่าย
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับทาเรือเหล็กและเรือไม้
การเตรียมพื้นผิวจะต้องแห้ง สะอาด
ปราศจากสีเก่าที่หลุดล่อน และสิ่งปนเปื้อนใดๆ
เมื่อทาสีกันเพรียงแล้วควรปล่อยให้แห้งทาทับได้ประมาณ
3-4 ชม. จึงจะทาทับอีกครั้ง |
| แนวทางการแก้ปํญหาสีน้ำ |
| »พื้นผิวที่เกิดจากเชื้อรา
มีแนวทางแก้ไขอย่างไร |
| - ใช้สารละลายไฮโปรคลอไรด์
(น้ำยาซักผ้าขาว) 1-2 ส่วน ผสมกับน้ำ
10 ส่วน เช็ดบนผิวที่เป็นเชื้อราทิ้งไว้ประมาณ
1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดทิ้งไว้
1 สัปดาห์ สังเกตดูถ้าไม่มีเชื้อราขึ้นอีก
ให้ทาด้วยน้ำยาป้องกันเชื้อรา 1
เที่ยว แล้วทาด้วยสีรองพื้น ขั้นต่อไปทาสีทับหน้า
2 เที่ยว |
| »สีล่อนหลุด
หรือพอง มีแนวทางแก้ไขอย่างไร |
| - สาเหตุที่สีหลุดล่อน
หรือพอง เนื่องมาจากการเตรียมพื้นผิวที่ไม่สะอาด
หรือผิวไม่แห้ง เนื้อสีไม่สามารถเกาะยึดกับพื้นผิวได้
แก้ไขโดยขุดสีบริเวณที่หลุดล่อนหรือพองออกทั้งทำความสะอาดพื้นผิว
แล้วทิ้งให้แห้งสนิทจากนั้นทาด้วยสีรองพื้นปูนเก่า
1 เที่ยว แล้วทาทับหน้า 2 เที่ยว |
| »การมีคราบเกลือ
มีแนวทางแก้ไขอย่างไร |
| -สาเหตุมาจาก
ปูนมีความเค็มมากเกินไป หรือ อาจจะมาจากน้ำ
/ ทรายที่ผสมในปูน / ผนังแตกร้าวทำให้เกิดความชื้นน้ำซึมเข้าไปละลายเกลือในปูนทำให้ฟิล์มสีมีคราบเกลือ
แก้ไขโดยขัดล้างฟิล์มสีให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าและทิ้งให้แห้ง
2 3 วัน จากนั้นสังเกตดูผนังว่ามีร้อยแตกร้าวหรือเปล่า
ถ้ามีให้อุดโป๊วให้เรียบร้อยเสร็จแล้วทาทับด้วยสีรองพื้นป้องกันคราบเกลือ |
| |
| แนวทางการแก้ปํญหาสีน้ำมัน |
| »สีแตกและร่อนออก
ไม่เกาะพื้นผิว มีแนวทางแก้ไขอย่างไร |
| -สาเหตุนั้นมาจาก
ก่อนทาสีไม่ได้ทำความสะอาดพื้นผิววัสดุ
เพราะโดยส่วนใหญ่พื้นผิวจะมี ฝุ่น
/ คราบน้ำมัน / หรือสีเก่าที่ยังขูดลอกออกไม่หมด
จึงทำให้สีที่เราทาทับไม่เกาะผิววัสดุ
ก่อนทาสีทุกครั้งต้องทำความสะอาดผิววัสดุให้ปราศจาก
ฝุ่น / คราบน้ำมัน หรือ ถ้ามีสีเก่าที่ทาแล้วควรขูดลอกออกให้หมด
ก่อนทาสีใหม่ทุกครั้ง |
| »ผิวแตกลาย
มีแนวทางแก้ไขอย่างไร |
| -สาเหตุมาจากสีเที่ยวแรกแห้งช้ากว่าเที่ยวที่2
หรือทาสีเที่ยวที่2 ทับเที่ยวแรกในขณะที่เที่ยวแรกยังแห้งไม่สนิท
แก้ไขโดยก่อนทาทับเที่ยวที่ 2 ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสีเที่ยวแรกนั้นแห้งสนิท
แล้วจึงลงมือทาทับเที่ยวที่ 2 ได้ |
| |
| เคล็ดลับการทาสี |
| ขั้นตอนที่
1 ไม่ควรทาสี ในวันที่มีลมแรง
เพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นละออง และแมลงต่าง
ๆ ปลิวมาติดสีที่ทาไว้และในวันที่มีอากาศร้อน
เพื่อความสะดวกสบายในการทำงาน และไม่ควรทาสีหลังจากฝนตก
เพราะอากาศชื้นจะทำให้คุณภาพในการยึดติดพื้นผิวต่ำลง
|
| ขั้นตอนที่
2 ควรทาสีภายใต้แสงธรรมชาติ
เพื่อทำให้เห็นสีที่ถูกต้อง |
| ขั้นตอนที่
3 ก่อนการทาสี ควรขนย้ายเครื่องเรือนออกจากบริเวณที่จะทาสี
หรือคลุมด้วยผ้า หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ให้มิดชิด
รวมทั้งพื้นห้องด้วย บางส่วนควรปิดให้มิดชิด
หรือจัดเก็บให้เรียบร้อย เช่น ปิดขอบกระจกด้วยเทปกาว
คลุมลูกบิดประตูด้วยถุงแล้วมัดรอบด้วยเทปกาว
เก็บน็อตสกรูไว้กับอุปกรณ์ที่ถอดออก |
| ขั้นตอนที่
4 ซ่อมแซมผนังในส่วนที่ชำรุดให้เรียบร้อยก่อนการทาสีเพื่อที่จะได้ผิวงานที่เรียบร้อย |
| ขั้นตอนที่
5 ควรเริ่มทาจากส่วนที่สูงที่สุดลงมาก่อน
หากจำเป็นต้องใช้บันไดหรือที่นั่งร้านให้คำนึงถึงความแข็งแรงของอุปกรณ์ด้วย |
| ขั้นตอนที่
6 ควรแบ่งบริเวณที่จะทาสีเป็นส่วน
ๆ ส่วนละประมาณ 2 4 ตารางฟุตโดยการทาสีต่อตรงรอยเก่าควรกระทำภายในเวลา
2 3 นาที เพื่อให้สีกลมกลืนกัน |
| ขั้นตอนที่
7 ไม่ควรจุ่มสีมากเกินไปทำให้สีหยดเลอะเทอะ
หรือ จุ่มสีน้อยไปทำให้เห็นรอยจางด่าง
ๆ ไม่ทั่วพื้นที่ |