| สี คือ ส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับอาคาร
หรือที่พักอาศัย แต่ปัญหาส่วนมากที่เกิดขึ้นเสมอก็คือ
เมื่อทาสีได้ไม่นาน สีมักจะซีดจากหลุดร่อน
ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน
เช่น การเตรียมพื้นผิวไม่ถูกต้อง
ทาสีไม่ครบระบบ เลือกใช้สีผิดประเภท
หรือใช้สีที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน
ดังนั้น เพื่อให้การทาสีเกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าเงินมากที่สุด
จึงควรทาสีด้วยระบบทาสีครบวงจร
ระบบการทาสีครบวงจร มีกระบวนการที่สำคัญ
ๆ ดังนี้ |
|
ขั้นที่
1 การเตรียมพื้นผิว
เพื่อให้สียึดเกาะบนพื้นผิวปูน
ไม้ หรือ เหล็กได้ดี
สวยงาม ทนทาน ก่อนทาสีทุกครั้งจะต้องทำความสะอาดพื้นผิวให้เรียบร้อยเสียก่อน
โดยขจัดฝุ่น คราบไขมัน
รา ตะไคร่น้ำ ตลอดจนสนิมเหล็กออกให้หมด
ถ้าเป็นผนังเก่าและสีเดิมอยู่ในสภาพชำรุด
ต้องขัดล้างสีเก่าออกก่อน
พื้นผิวที่จะทาสีต้องแห้งสนิท
และอยู่ในสภาพเรียบร้อย
หากมีรอยแตกร้าวควรซ่อมรอยแตกร้าวให้เรียบร้อยก่อน |
|
ขั้นที่ 2 ทาสีรองพื้น
สีรองพื้นคือ สีที่ใช้ทาบนพื้นผิวชนิดต่าง
ๆ ก่อนทาสีทับหน้า
(สีชั้นนอก) ทำหน้าที่เสริมให้สีทับหน้ายึดเกาะกับพื้นผิวได้ดี
และป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างพื้นผิวกับสีทับหน้า
ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียได้ |
|
พื้นผิวปูน
สีรองพื้นจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ความเป็นด่างของผนังปูนทำปฏิกิริยากับสีทับหน้า
สีจึงสวยงามทนทาน ไม่หลุดร่อนง่าย |
พื้นผิวไม้
สีรองพื้นช่วยป้องกันการเกิดสนิทและเสริมการยึดเกาะของสีทับหน้า
สีจึงสวยงามทนทาน
* ถ้าเป็นผนังเก่าและสีเดิมอยู่ในสภาพดี
ไม่จำเป็นต้องทาสีรองพื้น
|
ขั้นที่ 3 สีทาทับหน้า
สีทับหน้า หรือสีชั้นนอกมีเฉดสีให้เลือกมากมาย
โดยทั่วไปมี 2 ประเภทใหญ่
คือ สีน้ำและสีน้ำมัน
โดยแบ่งเป็นสีใช้ทาภายนอก
ซึ่งมีความทนทานต่อทุกสภาพดินฟ้าอากาศ
และสีทาภายใน ที่ให้ความเนียนสวย
ล้างทำความสะอาดง่าย
นอกจากนั้นสีน้ำและสีน้ำมันยังแบ่งเป็น
2 ประเภท คือใช้ทาภายนอกและสีใช้ทาภายในอาคาร |
|